You are here

CG and corruptions News - 4 December 2018

IoD names new top dog - BANGKOK POST

บอร์ดตระกูล'ส'ทยอยออกพิษยื่นบัญชีทรัพย์สินปปช. - กรุงเทพธุรกิจ

จ่อฟัน'บิ๊กร.ร.อุบลฯ'ปั้นเด็กผี ชี้โทษหนัก'วินัย-อาญา-แพ่ง' - มติชน

สนข.รับเรื่อง'อุทุมพร'ร้องทบทวนสรรหาผอ.สทศ.ใหม่ - ไทยโพสต์

คอลัมน์ ชุมชนคนหุ้น: ก.ล.ต.เสียศูนย์หุ้นSISB - ผู้จัดการรายวัน 360 องศา

คอลัมน์ อาเซียนเวย์: มาเลย์เพิ่มปม 'วันเอ็มดีบี' ในแบบเรียน - กรุงเทพธุรกิจ

IoD names new top dog - BANGKOK POST Issued date 4 December 2018

The board of directors of the Thai Institute of Directors Association (IoD) has appointed Kulvech Chenwattanawit its new director, replacing Bandit Nijataworn, whose term ended.

The new posting was effective Dec 1.

Mr Kulvech joined IoD in 2014 and recently served as principal project adviser for the Anti-Corruption Initiative project.

He holds several key positions in organisations, such as board member for the Financial Institutions Policy Committee of the Bank of Thailand and for the Stock Exchange of Thailand Sustainability Awards. Previously, he was partner at PricewaterhouseCoopers FAS, a global consulting firm.

"The board of IoD is confident in Mr Kulvech's knowledge, ability, experience and commitment, and that he will support the creation of a sustainable ecosystem for the Thai business sector and develop the IoD into an internationally recognised institution of excellence in the region," said Prasan Chuaphanich, chairman of the board.

Mr Kulvech graduated from Chulalongkorn University with a bachelor's degree in engineering and a master's in business administration. He also received a master's in real estate development from MIT in the US.

บอร์ดตระกูล'ส'ทยอยออกพิษยื่นบัญชีทรัพย์สินปปช. - กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2561

กรุงเทพธุรกิจ บอร์ดองค์กร "สาธารณสุข"ทยอยลาออก ผลพวงประกาศต้องแสดงบัญชีทรัพย์สินเปิดเผยต่อสาธารณะ "รมว.สธ."ขอให้รอความชัดเจน จากป.ป.ช.ก่อนใครตัดสินใจยื่นใบลาออก ขณะที่เลขาป.ป.ช.บอกเป็นสิทธิเจ้าตัวที่จะลาออก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากการที่มีประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)เรื่องการยื่นแสดงบัญชีรายการทรัพย์สินและหนี้สินส่งผลให้คณะกรรมการชุดต่างๆด้านสาธารณสุขทยอยยื่นลาออก โดยคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ดสปสช.)ลาออกรวม 6 คน ได้แก่ 1.นพ.พินิจ หิรัญโชติ 2.นางชุมศรี พจนปรีชา 3.นายสมใจ โตศุกลวรรณ์ 4.นพ.จรัล ตฤณวุฒิพงษ์ 5.พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง และ6.กรรมการสัดส่วนจากสภาเภสัชกรรม ที่สลับเข้าประชุมคือ ภก.นิลสุวรรณ ลีลารัศมีและรศ.(พิเศษ) ภก.กิตติ พิทักษ์นิตินันท์ คณะกรรมการบริหารสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล(บอร์ดสรพ.) ลาออกแล้ว 3 คน ได้แก่ นพ.สุรเชษฐ์ สถิตนิรามัย น.ต.นพ.บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์และนพ.จิรุตม์ ศรีรัตนบัลล์ และคณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉิน(บอร์ด สพฉ.) มีข่าวว่า ยื่นลาออก 3 คน คือ นายสุเทพ ณัฐกานต์กนก นายมนัส แจ่มเวหาและนพ.สุรเชษฐ์ ขณะที่คณะกรรมการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข(บอร์ด สวรส.) มีผู้แสดงความประสงค์ แต่ยังไม่ยื่นหนังสือ 2 คน

นพ.กิตตินันท์ อนรรฆมณี ผู้อำนวยการสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์การมหาชน) หรือสรพ. กล่าวว่า บอร์ดของสรพ.มีกรรมการทรงคุณวุฒิทั้งหมด 8 คน ล่าสุดยื่นขอลาออก 3 คน ประกอบด้วย 1.นพ.สุรเชษฐ์ 2.น.ต.นพ.บุญเรือง และ3.นพ.จิรุตม์ ซึ่งทั้ง 3 คน ยื่นลาออกในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ดังนั้น ขณะนี้ต้องให้บอร์ดที่เหลืออีก 5 คน ทำการสรรหากรรมการใหม่ 3 คน แต่จากการที่ นพ.สุรเชษฐ์ซึ่งเป็นประธานบอร์ดลาออกทำให้ต้องตั้งกรรมการ 1 ใน 5 คนมาเป็น รักษาการแทนไปก่อน แต่เบื้องต้น คาดว่าไม่กระทบกับการทำงานมากนัก แต่จะมีผลทำให้การพิจารณาเรื่องต่างๆมีความล่าช้าลงเพราะบอร์ดชุดนี้ ก็เพิ่งทำการแต่งตั้ง

นพ.จิรุตม์ ศรีรัตนบัลล์ อาจารย์คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ตนตัดสินใจยื่นหนังสือลาออกจากบอร์ดสรพ. แล้ว เนื่องจากโดยหลักการไม่ได้คัดค้านการยื่นบัญชีทรัพย์สิน เพราะถือเป็นการป้องกันการทุจริตได้ แต่ตนคิดว่า การยื่นบัญชีทรัพย์สินไม่ควรมีการเปิดเผยต่อสาธารณะ เพราะการเปิดเผยอาจเป็นการกระทบต่อบุคคลที่สามหรือไม่ ที่สำคัญ ตนมองว่าการยื่นบัญชีทรัพย์สินและมีการเปิดเผย กับการที่ตนมานั่งทำงานเป็นบอร์ดให้ สรพ. ซึ่งเป็นองค์การมหาชน งบประมาณไม่ได้มากมาย และการตัดสินใจพิจารณาเรื่องต่างๆ ก็เป็นองค์คณะ ไม่ใช่รายบุคคล จึงมองว่า ต้องถึงขนาดเปิดเผยทรัพย์สินต่อสาธารณะเลยหรือ ซึ่งตนก็ไม่ใช่มาทำงานการเมือง อย่างไรก็ตาม เมื่อยื่นหนังสือขอลาออกไปแล้วก็คงต้องอยู่ที่รัฐมนตรีพิจารณาต่อไป

นพ.นพพร ชื่นกลิ่น ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) กล่าวว่า เท่าที่ทราบขณะนี้บอร์ดของสวรส. มีการยื่นความประสงค์ว่าจะยื่นเรื่องลาออกจำนวน 2 คน แต่ก็ยังไม่มีการยื่นหนังสือมาอย่างชัดเจน เพราะเชื่อว่ายังรอความชัดเจนจากป.ป.ช.ก่อน

แหล่งข่าวในวงการสาธารณสุข กล่าวว่า ยืนยันได้ว่านพ.สุรเชษฐ์ สถิตนิรามัย ได้ยื่นลาออกจากการเป็นประธานบอร์ดสรพ.และบอร์ดสพฉ.จริง โดยยื่นลาออกราวช่วงปลายเดือนพ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งเหตุผล ที่แท้จริงนั้นจะเกี่ยวข้องกับกรณีที่ป.ป.ช.ให้ยื่นบัญชีทรัพย์สินหรือไม่นั้นไม่ทราบ เท่าที่ทราบคือภรรยาท่านขอร้องให้ออก อย่างไรก็ตาม ก่อนที่จะมีประกาศป.ป.ช.ให้ยื่นบัญชีทรัพย์สินของบอร์ดต่างๆนั้น ท่านก็ได้ลาออกจากกรรมการสิทธิมนุษยชนก่อนแล้วด้วย

ด้านศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(รมว.สธ.) ในฐานะบอร์ดสปสช./บอร์ดสพฉ./บอร์ดสวรส. กล่าวว่า สำหรับผลการสรรหากรรมการแทนผู้ที่ลาออกจากบอร์ดสปสช.สัดส่วนผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 4 ท่านประกอบด้วย 1.นพ.เจษฎา โชคดำรงสุขสัดส่วนด้านการแพทย์และสาธารณสุข 2.พล.อ. นพ.เอกจิต ช่างหล่อสัดส่วนด้านแพทย์ทางเลือก 3. นางดวงตา ตัณโชสัดส่วนด้านการเงินการคลัง และ4.นางสมศรี วัฒนไพศาลสัดส่วนด้านกฎหมาย กรณีมีลาออกเพิ่ม คือ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม.นั้น ก็ได้มีการหารือกันแล้วโดยได้ส่งผู้แทนจากทางกทม. คือ พญ.วันทนีย์ วัฒนะ รองปลัดกทม. มาแทน ส่วนสภาการเภสัชกรรม ก็ส่งผู้แทนมาใหม่แล้วเช่นกัน คือ ภญ.วรนัดดา ศรีสุพรรณ

"ส่วนที่มีบอร์ดอื่นๆทยอยลาออกด้วยนั้น ทราบเบื้องต้นแต่ยังไม่เห็นหนังสือรายงานเข้ามาอย่างเป็นทางการคิดว่า ทุกคนกำลังรอทาง ป.ป.ช. อยู่ว่าจะมีการปรับเปลี่ยนประกาศอย่างไร ว่า จะให้เปิดเผยต่อสาธารณชนหรือไม่ คาดว่าน่าจะชัดเจนภายในเดือนนี้ ถ้าใครยังลังเลอยู่ขอให้รอความชัดเจนตรงนี้ก่อน"ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกลกล่าว

นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวว่า ขณะนี้ในส่วนของ ป.ป.ช.เองยังไม่มีมาตรการหรือคำสั่งเพิ่มเติมในการขยายเวลาระยะเวลาการบังคับใช้ออกไปอีกครั้ง มีแต่เพียงคำสั่งเดิม เมื่อช่วงปลายเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา โดยให้ยืดระยะเวลาการบังคับใช้ออกไป 60 วัน ในกลุ่มที่กำหนดไว้ ส่วนจะมีอะไรเพิ่มเติมหรือไม่นั้น ยืนยันขณะนี้ยังไม่มีแน่นอน เพราะที่ผ่านมาก็ได้มีการประกาศชัดเจนแล้ว

"ส่วนกรณีที่มีการลาออกของ บอร์ดด้านสาธารณสุข ตนก็มองว่าเป็นสิทธิของเจ้าตัว ซึ่งที่ผ่านมาก็ได้มีการประกาศแล้วว่าอย่าเพิ่งลาออก รอให้พิจารณาทบกวนก่อนจะมีการบังคับใช้ก่อน"นายวรวิทย์กล่าว

จ่อฟัน'บิ๊กร.ร.อุบลฯ'ปั้นเด็กผี ชี้โทษหนัก'วินัย-อาญา-แพ่ง' - มติชน ฉบับวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2561

ความคืบหน้าการดำเนินการเกี่ยวกับการรายงานจำนวนนักเรียนเพื่อแก้ไขปัญหานักเรียนไม่มีตัวตนจริงในห้องเรียน หรือนักเรียนผี ซึ่งขณะนี้พบข้อมูลตัวเลขเด็กไม่มีตัวตนใน จ.ชัยภูมิ อุบลราชธานี ร้อยเอ็ด ล่าสุดสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เขต 3 ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบใน จ.นครราชสีมา พบไม่ต่ำกว่า 10 โรงเรียน มีการใส่ชื่อนักเรียนที่ไม่มีตัวตนหรือเด็กผี เข้าไปในบัญชีรายชื่อ เพื่ออัพเกรดจากโรงเรียนขนาดเล็ก ที่มีนักเรียนไม่เกิน 500 คน ให้เป็นโรงเรียนขนาดกลางที่มีนักเรียนมากกว่า 500-1,499 คน คาดว่าเป็นการหวังผลในการโยกย้ายจากผู้อำนวยการโรงเรียนขนาดเล็ก ไปอยู่โรงเรียนขนาดกลางและขนาดใหญ่นั้น

ล่าสุด นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า วันที่ 3 ธันวาคม เป็นวันที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กำหนดให้สถานศึกษาในสังกัด สพฐ.ทั่วประเทศนับจำนวนนักเรียนที่มีอยู่จริงพร้อมกัน โดยคณะกรรมการตรวจนับของโรงเรียนและคณะกรรมการของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ร่วมตรวจนับด้วย จากนั้นให้ส่งข้อมูลเข้าระบบฐานข้อมูลบุคคล หรือ DMC ภายในวันที่ 10 ธันวาคมนี้ โดยแยกบัญชีนักเรียนที่มีตัวตนจริงและไม่มีตัวตนออกจากกันชัดเจน

นายบุญรักษ์กล่าวว่า การตรวจนับจำนวนนักเรียนใหม่ ไม่ใช่การช่วยเหลือกันตามที่มีกระแสข่าว เพราะข้อมูลจำนวนนักเรียนจะมีอยู่แล้ว คือข้อมูลภาคเรียนที่ 1 รายงานวันที่ 10 มิถุนายน และภาคเรียนที่ 2 รายงานวันที่ 10 พฤศจิกายน ของทุกปี ซึ่งเหมือนเป็นการปักหมุดตัวเลขอยู่แล้ว ส่วนการนับวันที่ 3 ธันวาคม คือ การตรวจเช็กความถูกต้อง หากมีความผิดปกติจะเห็นชัดเจน ไม่สามารถมีใครช่วยเหลือใครได้อยู่แล้ว

"สำหรับความคืบหน้าการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.อุบลราชธานี ที่มีการเพิ่มรายชื่อนักเรียนประมาณ 40 คน เข้าไปเพื่อให้เพิ่มขนาดโรงเรียนจากขนาดเล็กเป็นโรงเรียนขนาดกลาง เพื่อสามารถย้ายไปเป็นผู้บริหารโรงเรียนขนาดใหญ่ได้นั้น นายอัมพร พินะสา ผู้ช่วยเลขาธิการ กพฐ.ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงและรายงานอย่างไม่เป็นทางการว่า โรงเรียนดังกล่าวมีแนวโน้มว่าอาจมีเจตนากระทำความผิดจริง โดยมีแต่ชื่อเด็กย้ายมาโรงเรียนใหม่ แต่ตัวนักเรียนยังอยู่โรงเรียนเดิม กรณีนี้รัฐไม่เสียหาย เพราะงบประมาณจะไปตามรายชื่อเด็กเท่านั้น" นายบุญรักษ์กล่าว

นายบุญรักษ์กล่าวว่า หากเป็นไปตามที่สรุปมาเบื้องต้นก็ถือว่าผู้อำนวยการโรงเรียนมีความผิด ทั้งโรงเรียนต้นทางและโรงเรียนปลายทาง ซึ่งโทษของผู้กระทำความผิดในการให้ข้อมูลเท็จในทางราชการจะมีโทษทางวินัย อาญา และทางแพ่ง หากเกี่ยวข้องกับงบประมาณ คาดว่าภายในสัปดาห์นี้จะสรุปข้อเท็จจริงกรณีที่เกิดขึ้นในจังหวัดอุบลราชธานีได้ ซึ่งตามกระบวนการดำเนินการลงโทษผู้กระทำความผิดทางวินัยเป็นอำนาจของ สพฐ. ส่วนการพิจารณาย้ายออกนอกพื้นที่หรือไม่เป็นอำนาจของคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดอุบลราชธานี นอกจากนี้ ยังได้มีการส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบในจังหวัดที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ระบุว่ามีปัญหาด้วย หากพบว่ามีความผิดปกติก็จะถูกลงโทษทั้งทางวินัยและทางกฎหมาย เช่นเดียวกัน

สนข.รับเรื่อง'อุทุมพร'ร้องทบทวนสรรหาผอ.สทศ.ใหม่ - ไทยโพสต์ ฉบับวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2561

ศึกษาธิการ * สนช.รับเรื่องกรณีร้องเรียนจาก "อุทุมพร จามรมาน" หลังชี้คุณสมบัติผู้ สมัครเข้ารับการสรรหา ผอ.สทศ.คนใหม่ไม่ถูกต้อง เจ้าตัวปลื้ม ขอบคุณที่เห็นความสำคัญ ด้าน สทศ.ตั้ง "ทรายทอง" รักษาการ ผอ.สทศ.

3 ธ.ค.61 นางอุทุมพร จามรมาน อดีตผู้อำนวยการสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) กล่าวว่า ตามที่ตนได้ทำหนังสือถึง นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่า การกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) และ นพ.อุดม คชินทร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) เพื่อขอให้พิจารณาเกี่ยวกับคุณสมบัติของผู้สมัครเข้ารับการสรรหาให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ สทศ.คนใหม่ แทน นายสัมพันธ์ พันธุ์พฤกษ์ และยังได้ทำหนังสือถึงนายตวง อันทะไชย ประธานคณะกรรมาธิการการศึกษาและการกีฬา สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เพื่อร้องเรียนเรื่องดังกล่าวเช่นกัน และเมื่อเร็วๆ นายตวงได้ส่งหนังสือถึงตนแจ้งให้ทราบว่าทาง สนช.ได้รับหนังสือร้องเรียนเรียบร้อยแล้ว และที่ขอให้พิจารณาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับพฤติกรรมคณะกรรมการบริหาร สทศ. เรื่องการสรรหา ผอ.สทศ.คนใหม่ เนื่องจากมีประ เด็นข้อสงสัยถึงการทำหน้าที่คณะกรรมการ สทศ.ในการดำ เนินกระบวนการสรรหา เพื่อให้ได้มาซึ่งผู้ที่มีความรู้ ความสามารถเข้ามาดำรงตำแหน่งเป็น ผอ.สทศ.ที่ไม่โปร่งใสและไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ของหน่วยงาน และอยู่ระหว่างขั้นตอนการพิจารณากลั่นกรองทางกฎหมาย ซึ่งตนต้องขอบคุณทาง สนช.ที่เห็นความสำคัญและรอดูว่าทาง สนช.จะดำเนินการเรื่องนี้อย่างไร ส่วนทาง สทศ.ก็ยังไม่มีการชี้แจงในประเด็นต่างๆ ที่ตนร้องเรียน ทุกอย่างเงียบสนิท

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า นายสัมพันธ์ พันธุ์พฤกษ์ ได้หมด วาระในการดำรงตำแหน่ง ผอ. สทศ.ไปตั้งแต่วันที่ 30 พฤศจิกายนที่ผ่าน แต่ยังไม่สามารถแต่งตั้ง ผอ.สทศ.คนใหม่ได้ เนื่องจากยังมีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับกระ บวนการสรรหาไม่โปร่งใส อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ สทศ.ได้มีการแต่งตั้งนางสาวทรายทอง พวกสันเทียะ รองผู้อำนวยการสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) เป็นรักษาการ ผอ.สทศ.

คอลัมน์ ชุมชนคนหุ้น: ก.ล.ต.เสียศูนย์หุ้นSISB - ผู้จัดการรายวัน 360 องศา ฉบับวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2561

สุนันท์ ศรีจันทรา

การระดมทุนในตลาดหุ้นของบริษัท เอสไอเอสบี จำกัด (มหาชน) หรือ SISB เจ้าของโรงเรียนนานาชาติ ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก จนสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ต้องออกแถลงการณ์ ชี้แจงการอนุมัติหุ้นเสนอขายประชาชนทั่วไป

แต่ละปี ก.ล.ต.พิจารณาอนุมัติแบบคำขอเสนอขายหุ้นต่อประชาชนหลายสิบบริษัท โดยไม่เคยออกแถลงการณ์ชี้แจงการอนุมัติ เพิ่งมีหุ้น SISB เป็นกรณีแรก เนื่องจากมีกระแสต้านการนำหุ้นสถาบันการศึกษาเข้าตลาดหุ้นจากสังคมอย่างรุนแรง

และ ก.ล.ต.ตกอยู่ในฐานะจำเลยร่วมแถลงการณ์ของ ก.ล.ต. เป็นความพยายามดับกระแสการโจมตี แต่กลับทำให้เกิดข้อสงสัยในการทำหน้าที่กลั่นกรองบริษัทที่จะนำหุ้นเสนอขายประชาชน และจุดยืนในการปกป้องผลกระทบทางสังคมของ ก.ล.ต.มากขึ้น

ก.ล.ต.ระบุในแถลงการณ์ว่า ก่อนอนุมัติเสนอขายหุ้น ได้ส่งหนังสือหารือกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ว่า SISB สามารถดำเนินการออกและเสนอขายหลักทรัพย์ได้หรือไม่ ซึ่ง สช.ตอบกลับมาว่า ไม่มีข้อห้าม

เมื่อมีคุณสมบัติตามที่กำหนดไว้ใน พ.ร.บ.หลักทรัพย์ จึงไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธคำขอเสนอขายหุ้น โดยพิจารณาจากคุณสมบัติของผู้ระดมทุน หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี เน้นความโปร่งใสและดูแลให้มีการเปิดเผยข้อมูลที่เพียงพอ

ส่วนข้อสังเกต สถาบันการศึกษาไม่ควรมุ่งหวังผลกำไรเป็นหลักนั้น ก.ล.ต.ระบุว่า SISB ได้ชี้แจงและเปิดเผยในหนังสือชี้ชวนว่า มีวัตถุประสงค์หลักต้องการพัฒนาการศึกษาและยกระดับมาตรฐานการศึกษาในประเทศให้ทัดเทียมสากล โดยไม่ได้มุ่งหวังกำไรสูงสุด

นอกจากนั้น ยังอ้างถึง พ.ร.บ.โรงเรียนเอกชน กรณีค่าธรรมเนียมและค่าธรรมเนียมอื่น ที่โรงเรียนแสวงหากำไรเกินควรหรือเป็นภาระแก่ประชาชนเกินสมควร สช.มีอำนาจสั่งให้ลดลงตามสมควร

แถลงการณ์ของ ก.ล.ต.ทำให้เกิดคำถามตามมาหลายประเด็น ประเด็นแรกคือ กิจการที่ยื่นขอเสนอขายหุ้นต่อประชาชน ก.ล.ต.ต้องสอบถามไปยังหน่วยงานที่กำกับดูแลในทุกกรณีหรือไม่ เช่นกิจการโรงงานอุตสาหกรรมขอเสนอขายหุ้น ต้องสอบถามความเห็นไปยังกรมควบคุมโรงงานด้วยหรือไม่

ประเด็นต่อมาคือ การอนุมัติการเสนอขายหุ้น ก.ล.ต.พิจารณาเพียงแค่คุณสมบัติของกิจการที่ยื่นคำขอ หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี การแสดงความโปร่งใสและการดูแลให้มีการเปิดเผยข้อมูลที่เพียงพอต่อผู้ลงทุนเท่านั้นหรือ

ไม่พิจารณาถึงพฤติกรรมของกิจการ ไม่ได้พิจารณาผลกระทบทางสังคมบ้างเลยหรือ.

คอลัมน์ อาเซียนเวย์: มาเลย์เพิ่มปม 'วันเอ็มดีบี' ในแบบเรียน - กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2561

กัวลาลัมเปอร์ - นายมาซลี มาลิก รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการมาเลเซีย เผยกับสำนักข่าวนิว สเตรท ไทม์ส วานนี้ (3 ธ.ค.) ว่า รัฐบาลจะบรรจุกรณีอื้อฉาวของกองทุนพัฒนามาเลเซีย (วันเอ็มดีบี) ในหลักสูตรวิชาประวัติศาสตร์สำหรับนักเรียนทั่วประเทศ

"การผนวกเรื่องนี้ในแบบเรียน เป็นเรื่องสำคัญ เนื่องจากจะช่วยให้ เยาวชนได้เรียนรู้ความอันตรายของอาชญากรรมจากการทุจริตที่กระทำโดยผู้นำประเทศยุคก่อนๆ เพื่อไม่ให้เกิดประวัติศาสตร์ซ้ำรอยในอนาคต" นายมาซลี ระบุ