You are here

สิ่งที่ควรทราบ เมื่อเข้าร่วมโครงการ CAC

ข้อพึงทราบเกี่ยวการเข้าร่วมโครงการ CAC และกระบวนการรับรอง

นิติบุคคลภาคเอกชนทุกแห่งสามารถเข้าร่วมประกาศเจตนารมณ์กับโครงการ CAC ได้ด้วยความสมัครใจ เพื่อแสดงถึงจุดยืนของนิติบุคคลนั้นว่า จะร่วมกันต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น ทั้งนี้ การประกาศเจตนารมณ์ดังกล่าว ยังไม่ถือว่า CAC ให้การรับรองการเป็นสมาชิกของนิติบุคคลนั้น เนื่องจากนิติบุคคลผู้ประกาศเจตนารมณ์ต้องทำแบบประเมิน Self-Evaluation Tool for Countering Bribery  เพื่อยื่นต่อคณะกรรมการพิจารณาภายในระยะเวลา 18  เดือน นับแต่วันที่นิติบุคคลนั้นได้ลงนามประกาศเจตนารมณ์ อันเป็นส่วนหนึ่งของพันธสัญญา ที่ระบุไว้ในคำประกาศเจตนารมณ์

การพิจารณาอนุมัติการรับรองเป็นสมาชิกโครงการ CAC โดยคณะกรรมการพิจารณารับรองของ CAC นั้น  จะพิจารณาตามข้อเท็จจริง บนพื้นฐานของความถูกต้อง ครบถ้วนของแบบประเมิน และเอกสารหลักฐานอ้างอิงต่างๆ และการรับรองของโครงการ CAC นี้ เป็นการรับรองให้แก่ระบบการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นของนิติบุคคล  ซึ่งมิได้เป็นการรับรองพฤติกรรมของบุคคลใด บุคคลหนึ่งในนิติบุคคลนั้น หากนิติบุคคล หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องกับนิติบุคคลใด ถูกกล่าวหาว่าพัวพันกับการทุจริตคอร์รัปชั่น นิติบุคคลนั้นต้องชี้แจงถึงสิ่งที่เกิดขึ้นต่อสาธารณะ และ/หรือแก้ไขสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นด้วยตนเอง

ข้อมูลหลักฐานอ้างอิงทั้งหมดที่บริษัทยื่นประกอบการพิจารณาขอรับรองจาก CAC นั้น จะถูกจัดเก็บไว้เป็นความลับ และ CAC จะใช้เพื่อการพิจารณาให้การรับรองเท่านั้น และไม่นำไปเปิดเผยต่อบุคคลภายนอก เว้นแต่จะได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากบริษัทก่อน
 

ข้อจำกัดสิทธิการใช้ตราสัญลักษณ์

การใช้ตราสัญลักษณ์ใดๆ ของ CAC ต้องเป็นไปตามข้อกำหนดและวัตถุประสงค์ที่ CAC กำหนดไว้โดยเคร่งครัด และเฉพาะนิติบุคคลที่ได้ลงนามเข้าร่วมในการประกาศเจตนารมณ์ หรือนิติบุคคลที่ได้ผ่านการรับรองการเป็นสมาชิกแล้วเท่านั้น ที่จะมีสิทธิใช้ตราสัญลักษณ์ของ CAC ได้ หากนิติบุคคลใดมีกรณีเกี่ยวข้องกับการทุจริตคอรัปชั่น นิติบุคคลนั้นต้องระงับการใช้  เผยแพร่ และถอนตราสัญลักษณ์ของ CAC ออกทันที ทั้งนี้ CAC มีสิทธิถอนคืนการอนุญาตให้ใช้  หรือขอให้ระงับการใช้ตราสัญลักษณ์ของ CAC ได้ทุกเมื่อ ทุกกรณี ตามดุลพินิจของคณะกรรมการแนวร่วมปฏิบัติฯแต่เพียงผู้เดียว
 

ความรับผิดชอบของบริษัทกรณีที่ปรากฎข่าวเกี่ยวกับการคอร์รัปชัน

นิติบุคคลใดที่ยื่นขอรับรอง หรือผ่านการรับรองจาก CAC แล้ว มีกรณีเกี่ยวข้องกับการทุจริตคอร์รัปชั่น  นิติบุคคลนั้นต้องเข้าสู่กระบวนการพิจารณา Incident Management ที่มีคณะกรรมการพิจารณารับรอง และคณะกรรมการแนวร่วมปฏิบัติฯ เป็นผู้พิจารณา ตามลำดับ โดยนิติบุคคลนั้นต้องจัดส่งเอกสารและหลักฐานเพื่อชี้แจงถึงสิ่งที่เกิดขึ้น หรือเอกสารหลักฐานอื่นใดที่คณะกรรมการพิจารณาเห็นสมควร เพื่อประกอบการพิจารณาการรับรองหรือทบทวนสถานะของสมาชิกของนิติบุคคลนั้น โดยมติของคณะกรรมการแนวร่วมปฏิบัติฯ ให้ถือเป็นที่สิ้นสุด
 

ก่อนการเข้าร่วมประกาศเจตนารมณ์

บริษัทต้องทบทวนตนเองว่า

  1. เป็นบริษัทหรือนิติบุคคลที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายในประเทศไทย หรือเป็นสาขาของบริษัทต่างประเทศที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายในประเทศนั้น ที่มีคุณสมบัติและดำรงสถานะตามประกาศ กฎเกณฑ์ กฎระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับนิติบุคคลนั้น ได้รับการรับรองจากองค์กรร่วมที่นิติบุคคลนั้นเป็นสมาชิกอยู่ ณ วันที่ประกาศเจตนารมณ์เข้าร่วมโครงการ CAC
     
  2. พร้อมจะกระทำตนเองให้เป็นแบบอย่าง ด้วยการจัดให้มีการประเมินความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตภายในบริษัท รวมถึงการนำนโยบายการต่อต้าน การทุจริตและแผนการกำกับการปฏิบัติงานไปปฏิบัติ  และจัดให้มีคู่มือ/แนวทางในการดำเนินธุรกิจแก่ผู้บริหารและพนักงานเพื่อสร้างระบบควบคุมภายในและมาตรการป้องกันการการจ่ายสินบนและการทุจริตทุกรูปแบบ
     
  3. ศึกษาวิธีการ กระบวนการสมัครเข้าร่วมโครงการ การยื่นขอรับรองและดาวน์โหลดเอกสาร เพื่อกรอกขอเข้าร่วมโครงการ CAC จาก www.thai-cac.com
     

ศึกษาข้อตกลงก่อนลงนามประกาศเจตนารมณ์

บริษัทลงนามประกาศเจตนารมณ์เข้าร่วมโครงการ CAC ตกลงที่จะผูกพันและปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ ข้อกำหนด และเงื่อนไขที่ปรากฏอยู่ในเอกสารที่บริษัทควรทราบ ได้แก่

  1. หลักการและขอบเขตโครงการแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริต (CAC Principles & Working Definitions)
     
  2. ข้อปฏิบัติของบริษัทที่เข้าร่วมโครงการแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริต
     
  3. เปิดเผยข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วนตามรายละเอียดที่ปรากฏอยู่ในแบบแสดงข้อมูลของบริษัทที่ร่วมประกาศเจตนารมณ์เป็นแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริต
     
  4. แบบประเมินตนเองเกี่ยวกับมาตรการต่อต้านการคอร์รัปชั่น

ทั้งนี้ บริษัทที่เข้าร่วมโครงการตกลงว่า การลงนามคำประกาศเจตนารมณ์ฯ นี้มีผลผูกพันบริษัทที่เข้าร่วมโครงการทุกประการ และบริษัทที่เข้าร่วมโครงการได้อ่านและเข้าใจข้อความของคำประกาศเจตนารมณ์ฯ ฉบับนี้ รวมถึงเอกสารที่แจ้งทุกฉบับแล้ว จึงได้ลงลายมือชื่อไว้เป็นสำคัญ

ลงนามรับทราบข้อตกลงโดย ประธานกรรมการบริษัทหรือประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พร้อมลงตราประทับบริษัท
 

การเตรียมเอกสารเพื่อประกาศเจตนารมณ์

ส่งเอกสารฉบับจริง ประกอบด้วย

1. แบบแสดงข้อมูลบริษัท     1  ฉบับ

2. ใบคำประกาศเจตนารมณ์   2  ฉบับ

วันที่บริษัทลงนามในใบประกาศเจตนารมณ์
ถือเป็นวันเริ่มต้นนับเวลา 18 เดือน เพื่อยื่นขอรับรอง
สิ่งที่บริษัทควรดำเนินการหลังประกาศเจตนารมณ์แล้ว
 
  • แต่งตั้ง Team Champion ผู้ประสานงานโครงการ CAC และทีมงานของทางบริษัท และศึกษาแบบประเมินตนเอง 71 ข้อ
     
  • ดำเนินการให้บริษัทมีนโยบายและแนวปฏิบัติป้องกันการทุจริตครบตามเกณฑ์ของ CAC
     
  • เตรียมเอกสารหลักฐานให้ครบถ้วนเพื่อแนบประกอบในแต่ละข้อ
     
  • ติดตามข่าวสาร และลงทะเบียนเข้าอบรมหลักสูตรต่างๆที่ เกี่ยวกับ CAC ได้ที่ www.thai-cac.com เพื่อเข้าใจและทราบแนวทางการทำแบบประเมินตนเองมากขึ้น
     
  • บริษัทสามารถแจ้งต่อสาธารณะว่าได้ประกาศเจตนารมณ์เข้าร่วมโครงการด้วยการนำ โลโก้ หรือแบนเนอร์เว็บไซต์ไปใช้สื่อสารองค์กร โดยสามารถขอไฟล์ และวิธีการใช้งานได้ที่ www.thai-cac.com

 

Certification Timeline


 

คำอธิบายกรอบระยะเวลา กรณีใบรับรองใกล้หมดอายุ 3 ปี

กรณีบริษัทผ่านรับรองแล้ว และใบรับรองใกล้ครบอายุ 3 ปี บริษัทต้องยื่นต่ออายุรับรองล่วงหน้า อย่างน้อย 1 รอบไตรมาส ก่อนครบกำหนด

  • ยื่นทันตามเวลาที่กำหนด ก็เข้าสู่กระบวนการพิจารณารับรองต่อไป
     
  • ถ้ายื่นไม่ทันและใบรับรองครบกำหนดแล้ว บริษัทจะถูกพักสถานะ (Black out) เป็นเวลา 6 เดือน หลังจากครบระยะเวลาแล้วค่อยกลับมาประกาศเจตนารมณ์ใหม่
     

*ใบรับรองมีอายุการเป็นสมาชิก 3 ปี*
การต่ออายุสมาชิกทำได้โดยยื่นแบบประเมินตนเองฯ เข้ามาล่วงหน้า 3 เดือนก่อนที่จะครบกำหนดอายุสมาชิก ตามรอบการรับเอกสารของ CAC (15 มีนาคม / 15 มิถุนายน / 15 กันยายน / 15 ธันวาคม) เช่น จะครบกำหนดอายุสมาชิก 3 ปี ในวันที่ 31 ธันวาคม 2560 ควรทำการยื่นขอต่ออายุล่วงหน้าก่อนครบกำหนด 3 เดือน หรือ ภายในกำหนดปิดรับของไตรมาส 3 คือ 15 กันยายน 2560*

 

ถ้ายื่นขอรับรองกับ CAC ไม่ทัน ต้องทำอย่างไร


 

คำอธิบายกรอบระยะเวลา กรณียื่นขอขยายเวลา

บริษัทต้องยื่นขอรับรองภายในระยะเวลา 18 เดือน หรือ ภายในช่วงเวลาที่ขอเพิ่ม 6 เดือน

  • ยื่นทันตามเวลาที่กำหนด เข้าสู่กระบวนการพิจารณารับรองต่อไป
     
  • ถ้ายื่นไม่ทันตามที่เวลาที่กำหนด บริษัทจะถูก Black out เป็นเวลา 6 เดือน นับจากวันครบกำหนดต้องยื่นขอรับรอง เมื่อพ้นเวลาดังกล่าวไปแล้ว บริษัทสามารถกลับมาประกาศเจตนารมณ์และยื่นขอรับรองใหม่ได้
     
  • ถ้ายื่นไม่ทันภายในระยะเวลา 18 เดือน บริษัทมีสิทธิขอขยายเวลาได้ 1 ครั้ง เป็นเวลา 6 เดือน หากบริษัทไม่สามารถยื่นได้ทันเวลาอีก บริษัทจะถูก Black out เป็นเวลา 6 เดือน นับจากวันครบกำหนดต้องยื่นที่ได้รับการขยายเวลาเพิ่ม

 

ถ้าต้องแก้ไขเอกสารการรับรอง


 

คำอธิบายกรอบระยะเวลา กรณีได้รับแจ้งจุดที่ต้องปรับปรุงแก้ไข

เอกสารของบริษัทได้รับการพิจารณาตามกระบวนการรับรอง 6-8 สัปดาห์ หรือ 45 วันโดยประมาณ และจะแจ้งผลให้บริษัททราบภายหลังการประชุมคณะกรรมการแนวร่วมปฏิบัติ ไม่เกิน 1 สัปดาห์

  • ถ้าบริษัท “ผ่าน” การรับรอง ต่ออายุรับรองอีก 3 ปี ข้างหน้า
     
  • ถ้าบริษัท “ไม่ผ่าน” การรับรอง CAC จะแจ้งข้อปรับปรุงและบริษัทมีระยะเวลาแก้ไขภายใน 3 เดือน นับจากวันที่ได้รับแจ้ง หลังจากได้รับแจ้ง
     
    • บริษัทส่งเอกสารแก้ไขทันภายในระยะเวลาที่กำหนด จะได้รับการพิจารณา
       
      1. ผลพิจารณา “ผ่าน” - ต่ออายุรับรองอีก 3 ปีข้างหน้า
         
      2. ถ้า “ไม่ผ่าน” - ถูก Black out เป็นเวลา 6 เดือน นับจากวันที่คณะกรรมการ CAC มีมติเห็นชอบ
         
    • บริษัทไม่ส่งเอกสารตามกรอบเวลาที่ให้แก้ไข บริษัทจะถูก Black out เป็นเวลา 6 เดือน นับจากวันที่ครบกำหนดส่งเอกสารแก้ไข

       

การเตรียมเอกสาร เพื่อยื่นขอรับรอง

คือ การทำแบบประเมินตนเองและจัดส่งมาที่ CAC พร้อมเอกสารประกอบในรูปแบบ E-Document

ในบริษัทใครต้องรับผิดชอบเรื่องนี้?

ทุกคนในบริษัทต้องรับผิดชอบเรื่องนี้ร่วมกัน โดยเริ่มจากผู้มีอำนาจสูงสุดในบริษัท คือ CEO เป็นผู้ตัดสินใจเข้าร่วม และสั่งการ

  • ให้บริษัทจัดตั้ง คณะทำงานที่รับผิดชอบเรื่องโครงการ CAC โดยเฉพาะ และแต่งตั้งผู้ประสานงานกับทางโครงการ CAC
     
  • แต่งตั้ง Team Champion (หัวหน้าคณะทำงาน) ซึ่งควรเป็นผู้บริหารระดับ Vice President
     
  • ควรมีตัวแทนคณะทำงานที่มาจากแต่ละแผนก/ฝ่ายต่างๆ ตามความเหมาะสมของขนาด และความเสี่ยงของบริษัท ที่สำคัญคือต้องมีตัวแทนจากแผนก/ฝ่ายที่มีรายละเอียดของงานที่ต้องติดต่อเกี่ยวข้องกับบุคคลภายนอก อย่างเช่น คู่ค้า ลูกค้า หน่วยงานรัฐ

 

บทบาทหน้าที่ของคณะทำงาน

หัวหน้าคณะทำงาน (Team Champion)

  • เป็นพนักงานระดับ Vice President ที่มีบทบาทในการตัดสินใจ หรือนำเสนอแนวทาง และนโยบายต่างๆ ต่อผู้บริหารระดับสูง หรือคณะกรรมการบริษัทเพื่อขออนุมัติ โดยให้ CEO เป็นผู้สั่งการไปยังพนักงาน
     

ผู้ประสานงานระหว่าง CAC กับคณะทำงานของบริษัท

  • เป็นผู้นำส่งใบประกาศเจตนารมณ์ฯ และข้อมูลบริษัท รวมถึงแบบประเมินตนเอง พร้อมเอกสารหลักฐานอ้างอิงเป็น CD-ROM โดยตรวจสอบเอกสารให้มีลายเซ็น CEO ลงนามให้ครบถ้วน รวมถึงลายเซ็นบนเอกสารหลักฐานประกอบเพื่อตอบหรืออ้างอิงในแบบประเมินตนเองแต่ละข้อ และเตรียมหลักฐานการชำระค่ายื่นขอรับรองมายัง CAC มาพร้อมกับเอกสารยื่นขอรับรองด้วย
     
  • หากมีการให้แก้ไขเอกสารระหว่างการยื่นรับรอง ต้องจัดเตรียมคำชี้แจง และเอกสารหลักฐานประกอบด้วย
     
  • ประสานงานเรื่องการรับประกาศนียบัตรหลังผ่านการรับรอง
     
  • นำส่งรายชื่อ และเอกสารแนะนำชักชวนคู่ค้าเข้าร่วมโครงการ CAC
     
  • ติดตามข่าวสารจาก CAC ทางเว็บไซต์ CAC และอัพเดทข้อมูลต่างๆ หากบริษัทมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูล
     
  • เข้าร่วมอบรมหลักสูตรต่างๆ ของ CAC โดยเฉพาะหลักสูตร ACPG
     

คณะทำงานของบริษัท มีหน้าที่ดังนี้

  • ประเมินความเสี่ยงด้านการทุจริตคอร์รัปชัน ที่พนักงานในแผนก/ฝ่ายของตนมีต่อบุคคลที่สาม
     
  • สร้างกระบวนการที่จะนำนโยบายป้องกันการทุจริตไปปฏิบัติ และกำหนดกรอบเวลา ในการนำไปปฏิบัติให้ชัดเจน รวมถึงขออนุมัติจากผู้บริหาร หรือกรรมการบริษัท
     
  • จัดทำแผนสื่อสารนโยบาย และข้อปฏิบัติ ที่ทุกคนในบริษัทต้องทราบและนำไปปฏิบัติ
     
  • ประเมินผลนโยบาย และข้อปฏิบัติ รวมถึงมองหาจุดที่ควรปรับปรุง
     
  • รวบรวมข้อมูลจากส่วนงานต่างๆ เพื่อมาตอบแบบประเมินตนเอง 71 ข้อ
     
  • พิจารณาและนำเสนอ CEO และคณะผู้บริหารบริษัท ว่าผู้สอบทานแบบประเมินตนเอง ควรจะเป็นประธานคณะกรรมการตรวจสอบ หรือผู้สอบบัญชี พร้อมรวบรวมเอกสารแสดงคุณสมบัติของผู้สอบทาน และรายงานการสอบทานแบบประเมิน
     
  • จัดเตรียมเอกสารหลักฐาน และรวบรวม ให้ผู้ประสานงาน เพื่อประกอบการยื่นขอรับรอง

 

สิ่งที่ต้องดำเนินการให้เรียบร้อยก่อนยื่นแบบประเมินตนเอง

  • ประเมินความเสี่ยงคอร์รัปชันของบริษัท โดยรวบรวมจุดแข็ง และเรื่องที่ต้องปรับปรุงในส่วนที่เกี่ยวกับการต่อต้านการทุจริต
     
  • ตอบแบบประเมินตนเอง 71 ข้อ โดยในภาคบังคับต้องตอบว่า “ใช่” จำนวน 58 ข้อ
  •  
  • จัดเตรียมเอกสารหลักฐานประกอบแบบประเมินตนเองในแต่ละข้อ และสอบทานแบบประเมินตนเองก่อนยื่นขอรับรอง
     
  • มีการจัดทำนโยบาย และกำหนดกระบวนการที่จะนโยบายไปสู่การปฏิบัติ โดยมีการบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร พร้อมทั้งให้มีการอนุมัติจากประธานกรรมการบริษัท และสื่อสารไปยังภายในองค์กรเป็นรูปธรรม
     
  • ทบทวน เพิ่มเติม และปรับปรุงระบบตรวจสอบภายในของบริษัทเพื่อให้มีการนำนโยบายไปปฏิบัติอย่างมีประสิทธิภาพ
     
  • ให้คณะกรรมการตรวจสอบ/ผู้สอบบัญชีของบริษัทหรือแต่งตั้งผู้สอบบัญชีอื่น ทำการสอบทานข้อมูลทั้งหมด
    กรณีเป็นประธานกรรมการตรวจสอบ ให้แนบหนังสือรับรองคุณสมบัติ หากเป็นผู้สอบบัญชี ให้แนบรายงานของผู้สอบบัญชีทั้งนี้
    แบบประเมินตนเองต้องมีลายเซ็นประธานกรรมการตรวจสอบ หรือผู้สอบบัญชี และลายเซ็นประธานกรรมการบริษัทลงนามรับรองด้วย

     
  • ผู้ประสานงานโครงการ CAC ของทางบริษัทเป็นผู้ดำเนินการชำระค่ายื่นขอรับรอง

 

เอกสารที่ต้องใช้ประกอบการยื่นขอรับรองกับ CAC

เมื่อบริษัทดำเนินตอบแบบประเมินตนได้ครบทุกข้อแล้ว จะต้องจัดเตรียมเอกสารประกอบการยื่นรับรอง ดังนี้

  1. หนังสือขอรับการรับรองการเป็นสมาชิกโครงการฯ (จดหมายนำส่ง)
  2. แบบประเมินตนเองที่ลงนามโดยประธานกรรมการบริษัทแล้ว
  3. เอกสารหลักฐานประกอบ ในรูปแบบ E-Document
  4. หลักฐานการชำระเงินค่าธรรมเนียมยื่นขอรับรองมายัง CAC

*การชำระเงินค่าธรรมเนียมยื่นขอรับรอง สามารถส่งอีเมล์มาขอใบแจ้งหนี้ได้ที่ cac@thai-iod.com
 

กระบวนการพิจารณารับรอง

  • คณะกรรมการพิจารณารับรอง และคณะกรรมการ CAC จะจัดการประชุมทุกสามเดือนเพื่อพิจารณาให้การรับรองบริษัทตามคุณภาพของแบบประเมินตนเอง และเอกสารหลักฐานที่แนบมา
     
  • หากเอกสารที่ยื่นมาไม่ชัดเจน หรือยังไม่สมบูรณ์ คณะกรรมการพิจารณารับรองอาจเรียกขอเอกสารเพิ่มเติมได้

 

หลังจากผ่านการรับรอง

  • ชื่อบริษัทถูกประกาศขึ้นเว็บไซต์ CAC และบริษัทได้รับการตอบรับจาก CAC ให้เข้าร่วมพิธีรับใบประกาศนียบัตร
     
  • บริษัทสามารถแจ้งต่อสาธารณะว่าได้รับการรับรองจากโครงการด้วยการนำโลโก้หรือแบนเนอร์เว็บไซต์ไปใช้สื่อสารองค์กร
    โดยสามารถขอไฟล์และวิธีใช้งานได้ที่ cac@thai-iod.com

     
  • บริษัทต้องพยายามชักชวนคู่ค้า และพันธมิตรทางธุรกิจเข้าร่วมโครงการ CAC ให้เกิดความโปร่งใสตลอดสายโซ่อุปทาน
     
  • การรับรองของ CAC มีอายุ 3 ปี เมื่อใกล้ครบกำหนดให้บริษัทติดต่อขอต่ออายุการรับรองล่วงหน้า 3 เดือนก่อนหมดอายุ ด้วยการทำแบบประเมินตนเองอีกครั้ง และยื่นขอรับรองพร้อมเอกสารหลักฐานในรูปแบบ E-Document ส่งมาให้ทาง CAC ตามขั้นตอนเดียวกันกับการยื่นขอรับรองครั้งแรก
     
  • บริษัทที่จะยื่นต่ออายุรับรอง ไม่สามารถขอขยายเวลาส่งเอกสารขอรับรอง
     
  • หากครบกำหนดอายุสมาชิก 3 ปีแล้ว บริษัทไม่ติดต่อยื่นขอรับรองเพื่อต่ออายุสมาชิกล่วงหน้า 3 เดือนก่อนครบกำหนด บริษัทจะพ้นจากการเป็นสมาชิก และจะถูกพักสถานะ 6 เดือน (Black out) หากต้องการจะกลับเข้ามาเป็นสมาชิกต้องเริ่มประกาศเจตนารมณ์ใหม่ หลังพ้นช่วงถูกพักสถานะ

 

เมื่อปรากฏข่าวของบริษัทเกี่ยวกับการทุจริตคอร์รัปชัน

บริษัทจะต้องเข้าสู่กระบวนการ “Incident Management”
 

กรณีบริษัทปรากฏข่าวเกี่ยวข้องกับการทุจริตคอร์รัปชัน

กรณีบริษัทปรากฏข่าวทุจริตเกิดขึ้นบริษัทต้องเข้ากระบวนการ Incident Management ซึ่งกรอบเวลาในกระบวนการนี้ไม่แน่นอนขึ้นอยู่กับคำชี้แจงของบริษัทและความเห็นของคณะกรรมการ CAC

Incident Management เป็นกระบวนการที่ใช้กับบริษัทที่ผ่านการรับรอง และบริษัทที่อยู่ระหว่างการยื่นขอรับรอง เป็นสมาชิกโครงการแนวร่วมปฎิบัติของภาคเอกชนในการต่อต้านทุจริต  เมื่อปรากฎข่าว คดีความ หรือการสอบสวนเกี่ยวกับการทุจริตคอร์รัปชันและการจ่ายสินบนเกิดขึ้น*

  • ถ้าบริษัทที่ปรากฏข่าว “ไม่ตอบจดหมาย” ที่คณะกรรมการ CAC ส่งไปสอบถามภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ CAC มีจดหมายไป ให้บริษัทถูกพักสถานะ Black out 6 เดือน และถ้าบริษัทอยากจะกลับเข้าร่วมโครงการ ต้องชี้แจงข่าวต่อคณะกรรมการ CAC เสียก่อน หากคณะกรรมการ CAC มีมติเห็นชอบให้บริษัทเข้าร่วมได้ ถ้าไม่เห็นชอบ บริษัทจะถูกเว้นวรรคการเข้าร่วมโดยทันที (Black Out)

  • ถ้าบริษัทที่ปรากฏข่าว “ตอบจดหมายและชี้แจงได้” คณะกรรมการ CAC จะพิจารณาข้อมูลที่ส่งมานั้นและมีมติ (ดูรายละเอียดในเอกสารแนบและคำอธิบายขั้นตอนประกอบ) บริษัทจะสามารถกลับเข้ากระบวนการพิจารณารับรองได้ตามปกติ และกรอบระยะเวลาที่คณะกรรมการ CAC กำหนดเพื่อยื่นขอรับรองต่อไป

 

Incident Management

  • หากบริษัทที่ประกาศเจตนารมณ์ หรือผ่านการรับรองจาก CAC แล้ว ปรากฏข่าวเกี่ยวข้องกับการทุจริตคอร์รัปชัน จะถูกนำเข้าสู่กระบวนการ Incident Management
  • ฝ่ายเลขานุการ CAC จะทำหนังสือถึงบริษัทเพื่อขอให้ชี้แจงข่าวที่ปรากฎ พร้อมส่งเอกสารหลักฐานประกอบกลับมาที่ CAC ภายใน 30 วันปฏิทิน โดยบริษัทต้องระบุแนวทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นและแนวทางป้องกันปัญหาในอนาคตด้วย
  • คณะกรรมการ CAC จะพิจารณาเอกสารหลักฐานที่บริษัทส่งมา และอาจพิจารณาทบทวนสถานะของสมาชิก โดยมติของคณะกรรมการแนวร่วมปฏิบัติฯ ให้ถือเป็นที่สิ้นสุด
  • ในบางกรณี ฝ่ายเลขานุการ CAC อาจนัดหมายให้บริษัทเข้าชี้แจง หรือขอเอกสารหลักฐานประกอบเพิ่มเติมได้ตามที่เห็นสมควร
  • หากบริษัทผ่านการพิจารณา ก็สามารถกลับเข้าสู่กระบวนการขอรับรองตามปกติต่อไป และกลับสู่สถานะเดิม
  • หากบริษัทไม่ผ่านการพิจารณา คณะกรรมการ CAC มีสิทธิ์ถอนชื่อบริษัทออกจากรายชื่อบริษัทที่ประกาศเจตนารมณ์/ผ่านการรับรองแล้วแต่กรณี จนกว่าบริษัทจะแก้ไขปัญหาได้ และไม่มีทุจริตในประเด็นใหม่ๆออกมาเพิ่มอีก จึงอาจพิจารณาให้กลับเข้ามาสมัครร่วมโครงการได้อีกครั้ง

 

สถานะของบริษัทที่เข้าสู่กระบวนการ Incident Management

คณะกรรมการแนวร่วมปฏิบัติฯ สงวนสิทธิ จะเรียกขอข้อมูลเพิ่มเติม และขอให้บริษัทเข้าชี้แจงข้อมูลโดยตรงต่อคณะกรรมการแนวร่วมปฏิบัติฯ ทั้งนี้คณะกรรมการแนวร่วมปฏิบัติฯ มีสิทธิที่จะเปลี่ยนแปลงสถานะของบริษัทที่เข้าร่วมโครงการแนวร่วมปฏิบัติฯ ได้แก่

  • สถานะ สอบถามและชี้แจงข่าว (Pending Review)
  • สถานะ ชี้แจงความคืบหน้า (Further Information Requested)
  • สถานะ การเว้นวรรคเข้าร่วมโครงการ (Black Out Period)

 

ซึ่งรวมถึง สิทธิที่จะเพิกถอนสถานภาพ การเป็นบริษัทสมาชิกที่ผ่านการรับรองในโครงการแนวร่วมปฏิบัติฯ หากปรากฏว่าบริษัทไม่ชี้แจงข้อมูลหรือข้อเท็จจริงภายในระยะเวลาที่กำหนด หรือไม่ชี้แจงข้อมูลหรือข้อเท็จจริงได้อย่างครบถ้วนและชัดเจน หรือถ้าหากพิจารณาแล้ว มีมติว่าบริษัทไม่สามารถปฎิบัติตามมาตรฐานที่เคยได้รับการรับรองไปแล้ว