You are here

Background

 

ความเป็นมา

โครงการแนวร่วมปฏิบัติ (Collective Action Coalition) ของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริต

(Thailand’s Private Sector Collective Action Coalition Against Corruption: CAC)

 

            โครงการการสร้างแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริต หรือเรียกสั้นๆว่า CAC  ซึ่งย่อมาจากคำว่า Collective Action Coalition against corruption  เป็นโครงการที่ได้รับการสนับสนุนการจัดตั้งโดยรัฐบาลและสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตั้งแต่ปี 2553 และดำเนินการจัดตั้งโดยความร่วมมือของ 8 องค์กรชั้นนำในภาคเอกชนไทย ได้แก่ สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) หอการค้าไทย หอการค้าต่างชาติ สมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย สมาคมธนาคารไทย สภาธุรกิจตลาดทุนไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ทั้งนี้ ทั้ง 8 องค์กรได้มอบหมายให้ IOD ทำหน้าที่เป็นเลขานุการโครงการและได้รับการสนับสนุนการดำเนินโครงการจาก Center for International Private Enterprise (CIPE)  ที่ตั้งอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา

วัตถุประสงค์ของโครงการ CAC มุ่งเน้น 3 เรื่องหลัก

1 เปลี่ยนทัศนคติผู้นำภาคธุรกิจปฏิเสธการมีส่วนเกี่ยวข้องกับการุทจริตคอร์รัปชันทุกรูปแบบโดยชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการต่อต้านการทุจริตและร่วมมือกันเพื่อให้เกิดการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันในวงกว้าง

2 ผลักดันให้ภาครัฐปรับปรุงกระบวนการทำงานอย่างโปร่งใส ยอมรับการมีส่วนร่วมและตรวจสอบได้จากภาคเอกชนและประชาสังคม เพื่อปกป้องประโยชน์สาธารณะจากการทุจริตคอร์รัปชัน

3 ส่งเสริมและขยายเครือข่ายการประกอบธุรกิจที่สะอาดปราศจากการผูกขาดหรือซื้อความได้เปรียบจากเงินสินบน โดยเน้นไปที่การใช้ระบบกลไกตลาดและการแข่งขันด้วยราคาและคุณภาพของสินค้าและบริการ

โดยบริษัทที่มาร่วมในโครงการต้องประกาศความตั้งใจที่จะเป็นแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนเพื่อต่อต้านการทุจริต จะต้องทำหน้าที่ 2 ประการ 

ประการแรกคือ การกระทำตนเองให้เป็นแบบอย่างด้วยการประกาศนโยบายต่อต้านการทุจริตทุปรูปแบบ (Zero Tolerance on any form of corruption Policy) และสร้างระบบป้องกันการการจ่ายสินบนและการทุจริตทุกรูปแบบ (Anti-Corruption & Bribery procedures Standard Setting)  โดยบริษัทที่สนใจจะสมัครเข้าร่วม CAC ต้องให้ประธานกรรมการหรือผู้บริหารสูงสุดลงนามใน ใบคำประกาศเจตนารมณ์ต่อต้านการทุจริต และบริษัทต้องกรอกแบบประเมินตนเองที่ผ่านการสอบทานจากบุคคลที่สามและยื่นขอรับรองจากคณะกรรมการแนวร่วมปฏิบัติเพื่อรับรองการมีอยู่จริงและการนำนโยบายไปปฏิบัติ บริษัทที่ผ่านการรับรองจึงจะเป็นสมาชิก CAC โดยสมบูรณ์ และมีหน้าที่ขยายแนวปฏิบัติการต่อต้านการทุจริตไปยังคู่ค้าและบริษัทตัวแทนที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทานการประกอบธุรกิจของตนเองต่อไป

ประการที่สอง คือ การรวมตัวกับบริษัทในภาคธุรกิจให้ความร่วมมือกับภาครัฐ ภาคประชาสังคม สื่อมวลชนและองค์กรระหว่างประเทศ เพื่อขับเคลื่อนการใช้มาตรการต่อต้านการทุจริต การเปิดเผยข้อมูล และกำหนดมาตรฐานการประกอบธุรกิจที่สะอาด เน้นการแข่งขันด้วยระบบกลไกตลาด

 

ปัจจุบัน IOD ในฐานะเลขานุการโครงการ รับหน้าที่ขับเคลื่อนโครงการ CAC ใน 4 งานหลัก ได้แก่

  1. ขยายจำนวนบริษัทเป็นแนวร่วมปฏิบัติต่อต้านการทุจริตของภาคเอกชนไปยังภาคธุรกิจต่างๆ ให้มากที่สุด
  2. ให้ความรู้ ผ่านการจัดอบรมหลักสูตร สัมมนา การประชุมต่างๆ เพื่อสร้างความตระหนักถึงความสำคัญการต่อต้านทุจริตโดยภาคเอกชนเป็นผู้เริ่มต้นตัดวงจรการเกิดคอร์รัปชัน(ผู้ให้-เอกชน + ผู้เรียกรับ-ภาครัฐ = คอร์รัปชัน)  ด้วยการไม่ให้ ไม่จ่าย ไม่เสนอ ซึ่งจะลดอุปสงค์คอร์รัปชันได้
  3. สร้างกระบวนการรับรองและกำหนดมาตรฐานระบบป้องกันการทุจริต ให้แก่ภาคเอกชน

 

  1. รวบรวมปัญหาและข้อเสนอแนะของภาคเอกชนไปสื่อสารและขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในภาครัฐ ผ่านช่องทางการทำงานร่วมระหว่างภาครัฐและภาคเอกเอกชนในทุกรูปแบบ รวมทั้งให้คำแนะนำ ข้อเสนอการจัดทำนโยบายของรัฐในเรื่องการป้องกันและต่อต้านการทุจริต

 

แผนดำเนินงานปี 2558-60 CAC แบ่งเป็น 8 แผนงาน ได้แก่

  1. แผนการขยายแนวร่วมปฏิบัติฯ เพิ่มจำนวนบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์

  2. การปรับปรุงกระบวนการรับรอง  พัฒนาขั้นตอนการพิจารณาให้การรับรองและเกณฑ์การของรับรองให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล และการบริหารจัดการความเสี่ยงของโครงการ

  3. สัมมนาและการประชุมใหญ่ประจำปี เพื่อให้ความรู้และแบ่งปันประสบการณ์ การต่อต้านการทุจริตจากผู้นำในระดับสากลและแนวโน้มสำคัญต่อการแก้ปัญหาคอร์รัปชันในประเทศไทย

  4. การให้สิทธิประโยชน์ให้แก่บริษัทที่ผ่านการรับรอง เพื่อสร้างแรงจูงใจให้แก่บริษัทที่สมัครใจร่วมต่อต้านการทุจริต โยโครงการ CAC ประสานขอความร่วมมือจากองค์กรต่างๆเพื่อขอให้ช่วยพิจารณาสิทธิประโยชน์แก่กลุ่มบริษัทที่ผ่านการับรองจาก CAC โดยจะขอความร่วมมือ อาทิเช่น พิจารณาสิทธิประโยชน์จากกลุ่มธนาคารพาณิชย์ผ่านต้นทุน  การเงิน  การกำหนดเกณฑ์คุณสมบัติบริษัทที่จะได้รับการสนับสนุนจาก BOI  ต้องมีนโยบายต่อต้านการทุจริตชัดเจน

  การได้รับคัดเลือกเป็นคู่สัญญากับรัฐในการจัดซื้อจัดจ้าง เกณฑ์พิจารณาเลือกลงทุนสำหรับนักลงทุนสถาบัน     ส่งเสริมให้ผู้บริโภคหันมาใช้บริการและสินค้าจากบริษัทที่ผ่านการรับรอง เป็นต้น

  5. การจัดทำระบบช่องทางการร้องเรียน ร่วมกับกลุ่ม Global Shaper เพื่อศึกษาความเป็นไปได้และรูปแบบการจัดทำช่องทางการร้องเรียน และการนำข้อมูลที่ได้รับมาจัดอันดับหน่วยงานรัฐที่มีการทุจริตคอร์รัปชันเรียกรับสินบนมาก

  6. CAC Website

  7. Major Annual Survey 2015 การสำรวจความคิดเห็นของผู้นำธุรกิจต่อปัญหาคอร์รัปชัน ซึ่งจัดทำ 2 ปีครั้ง ปีนี้จะเริ่มสำรวจในช่วงครึ่งหลังของปี

  8.  การขยายเครือข่ายกับองค์กรนานาชาติ (1) แสวงหาแนวร่วม ความร่วมมือระหว่างประเทศ (2) การถ่ายทอดความรู้ในเรื่องการต่อต้านคอร์รัปชัน และ (3) การพัฒนาหลักสูตร Anti-Corruption Executives Program ไปสู่หลักสูตรแบบ Ethical Leadership

 

รายนามคณะกรรมการแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริต

1.   นายพนัส          สิมะเสถียร                                         ประธานกรรมการ

2.   นายกอปร         กฤตยากีรณ                                       รองประธานกรรมการ

3.   นางจุรี              วิจิตรวาทการ                                     รองประธานกรรมการ

4.   นายพารณ        อิศรเสนา ณ อยุธยา                             กรรมการ

5.   นายชนินท์        ว่องกุศลกิจ                                         กรรมการ

6.   นายโกวิทย์       โปษยานนท์                                       กรรมการ

7.   นายประมนต์    สุธีวงศ์                                               กรรมการ

8.   นางธาริษา        วัฒนเกส                                            กรรมการ

9.   นายสุรงค์         บูลกุล                                                กรรมการ

10.   นายเกริกไกร    จีระแพทย์                                         กรรมการ

11.  นายบัณฑิต      นิจถาวร                                             กรรมการและเลขานุการ

 

Thailand’s Private Sector Collective Action Coalition against Corruption (CAC)

Thailand’s Private Sector Collective Action against Corruption (CAC) is an initiative by the Thai private sector to take parts in tackling corruption problem via collective action. The CAC aims to bring effective anti-corruption policy and mechanism into implementation by companies in order to create an ecosystem of clean business community.

The CAC was co-founded by the country’s eight leading organizations in the private sector including the Thai Chamber of Commerce, the Joint Foreign Chambers of Commerce in Thailand, the Thai Listed Companies Association, the Federation of Thai Industries, the Federation of Thai Capital Market Organizations, the Thai Bankers’ Association, the Tourism Council of Thailand, and the Thai Institute of Directors Association (IOD), which also serves as its secretariat and takes a leading role in driving the program.  The CAC’s operations are sponsored by U.S-based Center for Private Enterprise (CIPE) and the U.K. Prosperity Fund.

Besides arranging regular training and education activities to promote establishing and implementing internal anti-corruption policy and process to executives and staffs of private companies, the CAC also gives certification to companies that have been externally verified for having put in place policy and compliance standards to prevent corruption as per criteria set by the CAC.  This certification process is considerably more advanced than regional peers and many countries have expressed their keen interest to study the process and apply the concept with anti-corruption initiatives in the respective countries.

In the next phase, the CAC plans to increase the robustness of certification standard in order to make it more compatible with international standards, which will help facilitating Thai companies in dealing with foreign partners or trading counterparts on the issue of on anti-corruption. 

The CAC works in parallel and co-ordinate closely with the government’s National Anti-Corruption Commission (NACC) and the Anti-Corruption Organization (Thailand), which handles the civil society front.  Moreover, the CAC also exchanges anti-corruption knowledge and experiences with international agencies regularly.  It has recently joined the B20 Collective Action Hub and the ASEAN CSR Network.

In addition, to coordinate the Coalition's policies and to establish best practice standards, a group of highly respected and experienced individuals were appointed to form and governance the CAC. The Private Sector Collective Action Coalition Against Corruption Council were established and comprising

 

Download